วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เกี่ยบกับฉัน

 เกี่ยวกับฉัน


ประวัติส่วนตัว

ผมชื่อ ด.ช.สิรวิชญ์ จันทร์เพ็ง

ชื่อเล่นชื่อ พีท

อายุ 13 ปี

นิสัย เป็นคนตลก ชอบแกล้งเพื่อน 5555+

เรียนอยู่ชั้น ม.1/3 

ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนศรียาภัย จ.ชุมพร

งานดิเรก ชอบอ่านหนังสือการ์ตูน

กีฬาที่ชอบ ไม่มี

เกมส์ที่ชอบ PB เป็นต้น

สามารถติดตามหรือมาพูดคุยกับผมได้ที่ https://www.facebook.com/profile.php?id=100003278906660








แต่งบล็อกให้สวยด้วย Template

เทมเพลต คืออะไร?

เทมเพลต คือ วิธีหรือตัวตัวแบบนามธรรมสำหรับการผลิตตัวโปรแกรมให้เห็นจริง เทมเพลตสามารถนำมาใช้สร้างฟังก์ชันและคลาส คอมไพเลอร์ในเทมเพลตผลิตตัวคำสั่งสำหรับฟังก์ชันและคลาสหลากหลายรูปแบบ เหมือนกับวิธีที่ผู้อ่านจะให้เครื่องตัดขนมเพื่อผลิตขนมคุกกี้จากแป้งสาสีชนิดต่าง ๆ  ฟังก์ชันหรือคลาสที่ได้รับการผลิตขึ้นโดยเทมเพลต เรียกว่า กรณีที่เกิดขึ้น (Instances) ของเทมเพลตเทมเพลตเดิมสามารถนำมาผลติกรณีที่เกิดความแตกต่างกันได้หลายตัว โดยอาศัยรายการพารามิเตอร์เทมเพลต (Template Parameters) ซึ่งทำงานแบบเดียวกันกับพารามิเตอร์ธรรมดาที่ทำงานให้กับฟังก์ชันธรรมดาทั่วไป แต่ในขณะที่พารามิเตอร์แบบธรรมดาเป็นตำแหน่งที่วางสำหรับวัตถุ ส่วนพารามิเตอร์เทมเพลตเป็นตำแหน่งที่วางสำหรับแบบชนิดและคลาสต่าง ๆ

หากคุณต้องการดาวน์โหลดเทมเพลตสำหรับ Power Point สามารถดาวน์โหลดได้ที่http://www.dpu.ac.th/techno/powerpoint_template.php http://www.siteground.com/joomla-templates.htm

แต่งบล็อกให้สวยด้วย TEMPLATES ที่โหลดจากอินเตอร์เน็ต


 คลิก theme+blogger


  วิธีโหลดแม่แบบธีม

  1.   (1) เลือกสีที่ชอบ         (2) เลือกแบบแนวที่ชอบ
    สามารถคลิกดูแม่แบบได้ก่อนดาวโหลด
    ทำการดาวโหลดแม่แบบไว้ในตัวเครื่อง



   2. ทำการแตกไฟล์ที่โหลดมาที่เซฟไว้ในเคื่อง ทำการคลิกขวาที่ไฟล์ แล้วมาที่ Extract Here ตามรูปด้านล่าง







3. เสร็จแล้วเข้ามาที่หน้าแก้ไขเว็บบล็อกของเราตามรูป  แล้วไปที่แม่แบบตามรูปด้านล่าง



4.คลิกที่ สำรอง/กู้คืน 



5. คลิกที่ดาวโหลดเทมเพลดแบบเต็ม  (เพื่อสำรองแม่แบบเดิมของเราไว้ในเครื่อง)



6.คลิกที่ choose file เพื่ออัพแม่แบบของเราที่แตกไฟล์ไว้ในขั้นตอนที่ 2


7.เข้าไปโฟนเดอร์ที่ไฟล์ที่เราทำการแตกไฟล์ไว้เรียบร้อยแล้ว เลือกที่ไฟล์ที่มีรูปร่างลักษณะเหมือนรูปด้านล่างแล้วคลิก open



9.คลิกที่อัปโหลด



10.เสร็จแล้วคลิกที่ ดูบล็อกเพื่อดูหน้าเว็บบล็อกของเราในแม่แบบที่อัปลง



*** หมายเหตุแม่แบบของเราที่อัปใหม่จะมี ลักษณะรูปแบบที่แตกต่างจากแม่แบบเดิม สามารถทำการเลื่อนหรือปรับแต่งได้ใหม่ตามความชอบโดยเข้าไปที่ รูปแบบ เมื่อเสร็จแล้วคลิกที่ บันทึกการจัดเรียง

jQuery Slider

jQuery Slider

 เจคิวลี่ สไลด์ คืออะไร ??     
jQuery เป็นห้องสมุด JavaScript รวดเร็วขนาดเล็กและคุณลักษณะที่อุดมด้วย มันทำให้สิ่งที่ต้องการสำรวจเอกสารและการจัดการการจัดการเหตุการณ์ภาพเคลื่อนไหวและอาแจ็กซ์ที่เรียบง่ายมากกับที่ง่ายต่อการใช้ API ที่ทำงานในหลากหลายของเบราว์เซอร์ ด้วยการรวมกันของความคล่องตัวและการขยาย, jQuery มีการเปลี่ยนแปลงวิธีที่ผู้คนนับล้านเขียน JavaScript



        ขั้นตอนติดตั้ง  jQuery  Slider  

1 เข้าสู่ระบบในแผงควบคุม Blogger ของคุณ 

2 ไปที่แม่แบบ> การสำรองข้อมูล

3 ตอนนี้คลิก "แก้ไข HTML." 

 4 ภายใน "HTML EDITOR" กด CTRL + F และค้นหา </ head> แท็ก 

5 ขณะนี้คัดลอกและวางรหัส jQuery (บันทึกไว้ในไฟล์ NOTEPAD) เพียงข้างต้น </ head> แท็ก 

6 คลิก "บันทึกแม่แบบ

Log in เข้าไปที่ blogger >>  ไปที่แผงควบคุม >> รูปแบบ >> แก้ไข HTML >> ไม่ต้องขยายแม่แบบเครื่องมือ

สอน blogger



ขั้นที่ 1 ติดตั้ง CSS โดยค้นหาโค้ด  ]]></b:skin> และวางโค้ดต่อไปนี้ก่อนหน้าโค้ดดังกล่าว


*{ margin: 0; padding: 0;} 
.anythingSlider{ width: 760px; height: 360px; position: relative; margin: 0 auto 15px;} 
.anythingSlider .wrapper1{ width: 680px; overflow: auto; height: 341px; margin: 0 40px; position: absolute; top: 0; left: 0; } 
.anythingSlider .wrapper1 ul{ width: 99999px; list-style: none; position: absolute; top: 0; left: 0; background: #eee; border-top: 3px solid #e0a213; border-bottom: 3px solid #e0a213; margin: 0; } 
.anythingSlider ul li{ display: block; float: left; padding: 0; height: 317px; width: 680px; margin: 0; } 
.anythingSlider .arrow{ display: block; height: 200px; width: 67px; background: url(http://upic.me/i/pv/arrows.png) no-repeat 0 0; text-indent: -9999px; position: absolute; top: 65px; cursor: pointer; } 
.anythingSlider .forward { background-position: 0 0; right: -20px; } 
.anythingSlider .back { background-position: -67px 0; left: -20px; } 
.anythingSlider .forward:hover{ background-position: 0 -200px; } 
.anythingSlider .back:hover { background-position: -67px -200px; } 
/* For Specific Slides */ 
#textSlide { padding: 10px 30px; } 
#textSlide h3 { font: 20px Georgia, Serif; } 
#textSlide h4 { text-transform: uppercase; font: 15px Georgia, Serif; margin: 10px 0; } 
#textSlide ul { list-style: disc; margin: 0 0 0 25px; } 
#textSlide ul li { display: list-item; } 
#quoteSlide{ padding: 30px; } 
#quoteSlide blockquote { font: 16px Georgia, Serif; /*text-align: center;*/ color: #444; margin: 0 0 10px 0; } 
/*#quoteSlide p{ text-align: center; }*/ 
#thumbNav { position: relative; top: 323px; text-align: center; } 
#thumbNav a{ color: black; font: 11px/18px Georgia, Serif; display: inline-block; padding: 2px 8px; height: 18px; margin: 0 5px 0 0; background: #c58b04 url(http://upic.me/i/0b/cellshade.png) repeat-x; text-align: center; -moz-border-radius-bottomleft: 5px; -moz-border-radius-bottomright: 5px; -webkit-border-bottom-right-radius: 5px; -webkit-border-bottom-left-radius: 5px; } 
#thumbNav a:hover { background-image: none; } 
#thumbNav a.cur { background: #e0a213; } 
#start-stop{ background: green; background-image: url(http://upic.me/i/0b/cellshade.png); background-repeat: repeat-x; color: white; padding: 2px 5px; width: 40px; text-align: center; position: absolute; right: 45px; top: 323px; -moz-border-radius-bottomleft: 5px; -moz-border-radius-bottomright: 5px; -webkit-border-bottom-right-radius: 5px; -webkit-border-bottom-left-radius: 5px; } 
#start-stop.playing { background-color: red; } 
#start-stop:hover { background-image: none; } 
/* Prevents*/ 
.anythingSlider .wrapper1 ul ul { position: static; margin: 0; background: none; overflow: visible; width: auto; border: 0; } 
.anythingSlider .wrapper1 ul ul li { float: none; height: auto; width: auto; background: none; }




ขั้นที่ 2 ต่อเนื่องจากขั้นที่ 1 ขั้นนี้เป็นการติดตั้ง Java Script ซึ่งทำโดยค้นหาโค้ด </head> แล้ววางโค้ดต่อไปนี้ก่อนหน้าโค้ดดังกล่าว

<script type="text/javascript" src="http://ajax.googleapis.com/ajax/libs/jquery/1/jquery.min.js"></script> 
<script type="text/javascript" src="http://hackublox.googlecode.com/files/jquery.easing.1.2.js"></script> 
<script src="http://hackublox.googlecode.com/files/jquery.anythingslider.js" type="text/javascript" charset="utf-8"></script> 
<script type="text/javascript"> 
function formatText(index, panel) {
return index + "";
}

$(function () {

$('.anythingSlider').anythingSlider({
easing: "easeInOutExpo", // Anything other than "linear" or "swing" requires the easing plugin
autoPlay: true, // This turns off the entire FUNCTIONALY, not just if it starts running or not.
delay: 3000, // How long between slide transitions in AutoPlay mode
startStopped: false, // If autoPlay is on, this can force it to start stopped
animationTime: 600, // How long the slide transition takes
hashTags: true, // Should links change the hashtag in the URL?
buildNavigation: true, // If true, builds and list of anchor links to link to each slide
pauseOnHover: true, // If true, and autoPlay is enabled, the show will pause on hover
startText: "Go", // Start text
stopText: "Stop", // Stop text
navigationFormatter: formatText // Details at the top of the file on this use (advanced use)
});

$("#slide-jump").click(function(){
$('.anythingSlider').anythingSlider(6)
});
});

</script>





ขั้นที่ 3 ในขั้นนี้เป็นการวางตำแหน่งของ Garelly ด้วย HTML ซึ่งวางได้หลายตำแหน่งแล้วแต่ความต้องการ เช่น


ถ้าต้องการให้ Anything Slider อยู่ถัดจากส่วนหัวของหน้าและอยู่ด้านล่าง Menu bar (Navigation bar) ก็ให้ค้นหาโค้ด 

<div id='content'>

แล้ววางโค้ดต่อไปนี้ถัดจากโค้ดดังกล่าว



<Div class="anythingSlider"> 
<div class='wrapper1'> 
<ul> 

<li><img src="http://upic.me/i/2z/slidecivil1.jpg" alt="" height='317' width='680'/></li> 

<li><div id="textSlide"> 
                   <img src="http://upic.me/i/m8/251356.jpg" alt="tomato sandwich" style="float: right; margin: 0 0 2px 10px;" width='250' height='250'/> 
                   <h3>หัวข้อของข้อความทางซ้าย</h3> 
                   <h4>หัวข้อรองทางซ้าย</h4> 
                    <ul> 
                        <li>รายการที่ 1</li> 
                        <li>รายการที่ 2</li> 
                        <li>รายการที่ 3</li> 
                        <li>รายการที่ 4</li> 
                        <li>รายการที่ 5</li> 
                    </ul> 
</div></li>

<li><img src="http://upic.me/i/ns/slideenv1.jpg" alt="" height='317' width='680'/></li> 

<li><img src="http://upic.me/i/0t/slidecivil2.jpg" alt=""  height='317' width='680'/></li> 

<li><div id="quoteSlide"> 
                    <blockquote>ใส่ข้อความอย่างเดียว</blockquote> 
                    <p> - <a id='perma' href='http://hackublog.blogspot.com '>Hackublog</a></p> 
</div></li>

<li><img src="http://upic.me/i/bi/slideenv2.jpg" alt="" height='317' width='680'/></li>

</ul> 
</div>         
</Div>



ให้แก้โค้ดสีน้ำเงินเป็นข้อความหรือภาพที่คุณต้องการและบันทึกแม่แบบ ถือว่าจบขั้นตอน



หมายเหตุ หากต้องการเพิ่มจำนวนภาพ(หรือข้อความ) ให้มากกว่า 6 ภาพ ก็แก้ค่าตัวเลข (6) ในขั้นที่ 2 แล้วเพิ่มโค้ดต่อไปนี้ลงไปอีกให้เท่ากับจำนวนที่เพิ่มขึ้น

ตัวอย่างโค้ดภาพ
<li><img alt=''  src='ใส่URLของรูป' height='317' width='680'/></li>


ตัวอย่างโค้ดข้อความ
<li><div id="quoteSlide"> 
                    <blockquote>ใส่ข้อความอย่างเดียว</blockquote> 
</div></li>




ตัวอย่างโค้ดข้อความและภาพ
<li><div id="textSlide"> 
                   <img src="ใส่URLของรูป" alt="" style="float: right; margin: 0 0 2px 10px;" width='250' height='250'/> 
                   <h3>หัวข้อของข้อความทางซ้าย</h3> 
                   <h4>หัวข้อรองทางซ้าย</h4> 
                    <ul> 
                        <li>รายการที่ 1</li> 
                        <li>รายการที่ 2</li> 
                        <li>รายการที่ 3</li> 
                        <li>รายการที่ 4</li> 
                        <li>รายการที่ 5</li> 
                    </ul> 
</div></li>




ตัวอย่างโค้ดที่ผมใช้ใน DEMO

<Div class='anythingSlider'> 
<div class='wrapper1'> 
<ul> 
<li><img alt='' height='317' src='http://upic.me/i/st/buenos_aires.jpg' width='680'/></li> 
<li><img alt='' height='317' src='http://upic.me/i/8g/3402757021_45a780d660.jpg' width='680'/></li> 
<li><div id='textSlide'> 
                   <img alt='tomato sandwich' height='250' src='http://upic.me/i/m8/251356.jpg' style='float: right; margin: 0 0 2px 10px;' width='250'/> 

                    <h3>หัวข้อของข้อความทางซ้าย</h3> 
                   <h4>หัวข้อรองทางซ้าย</h4> 
                    <ul> 
                        <li>รายการที่ 1</li> 
                        <li>รายการที่ 2</li> 
                        <li>รายการที่ 3</li> 
                        <li>รายการที่ 4</li> 
                        <li>รายการที่ 5</li> 
                    </ul> 
</div></li> 
           
<li><img alt='' height='317' src='http://upic.me/i/hs/3403568620_cf6cf793b7.jpg' width='680'/></li>              
<li><img alt='' height='317' src='http://upic.me/i/93/beatifulmollusc.jpg' width='680'/></li> 
<li><div id='quoteSlide'> 
                    <h4>ไอน์สไตน์</h4> 
                    <blockquote>ไอน์สไตน์ เกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ปี คศ. 1879 ที่เมืองอูล์ม ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมันนี บิดาของไอน์สไตน์เป็นชาวยิว มีชีวิตในวัยเด็กเหมือนเด็กทั่วไป มีการกล่าวกันว่าจุดที่ทำให้ไอ น์สไตน์มาสนใจวิทยาศาสตร์อย่างมากคือเข็มทิศ ในขณะนั้นเขามีอายุได้ 5 ปี และกำลังนอนป่วยอยู่บนเตียง บิดาได้นำเข็มทิศมาให้เล่น เขาใส่ใจและสนใจอยากรู้ว่าทำไมเข็มทิศจึงชี้ไปทาง ทิศเหนือ และตั้งแต่นั้นมาเขาเริ่มสนใจทาง คณิตศาสตร์และฟิสิกส์</blockquote> 
                    <a href='http://www.pccpl.ac.th/~tech/Obec/digital_library/snet2/mathematicians/einstein.htm' id='perma'>อ่านต่อ</a> 
</div></li>               
<li><img alt='' height='317' src='http://upic.me/i/qc/ben_beatiful.jpg' width='680'/></li> 
<li><img alt='' height='317' src='http://upic.me/i/mx/columbia.jpg' width='680'/></li> 
<li><img alt='' height='317' src='http://upic.me/i/ok/mostbeatiful.jpg' width='680'/></li> 
<li><img alt='' height='317' src='http://upic.me/i/j7/premier.jpg' width='680'/></li> 
</ul> 
</div>         
</Div>



การใส่สไลด์ในองค์ประกอบของหน้านั้นทำได้หลายวิธี เช่น การ เพิ่ม Gadget ที่ชื่อว่า “สไลด์โชว์” สไลด์โชว์ เพิ่ม   หรือสร้างจาก HTML code (ขออธิบายในการปรับเปลี่ยน HTML ครับ)


สำหรับในที่นี้ผมขอแนะนำ www.slide.com เพราะว่ามีรูปแบบให้เลือกตามความต้องการมากมาย สามารถปรับแก้ในภายหลังได้ และให้ Bandwidth กับผู้ใช้บริการมากอีกด้วย

ขั้นตอนการสร้างสไลด์ในบล็อก


2009-09-29_125116

1. ไปที่ www.slide.com และทำการสมัครสมาชิก 


2009-09-29_125116


2. เริ่มสร้างสไลด์โดยไปที่เมนูสร้าง ด้านซ้ายบน  >> เลือก สร้างภาพสไลด์โชว์ 



3. เมื่อเข้ามาที่หน้าต่างการสร้างสไลด์ ก็ให้เริ่มตั้งค่าต่างๆ ตามขั้นตอนที่เห็นในรูปข้างล่างนี้ ซึ่งได้แก่ รูปแบบของสไลด์ และที่ตั้งของภาพที่จะนำมาสร้างสไลด์ซึ่งเลือกได้ว่าจะใช้จากที่อื่นๆ หรือ Browse เรียกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา  …และเมื่อตั้งค่าเป็นที่พอใจ และ upload ภาพเเสร็จสิ้นแล้ว ให้บันทึกสไลด์เพื่อรับรหัส HTML ครับ


2009-09-29_125921


 2009-09-29_131239


4. เมื่อบันทึกเสร็จสิ้นแล้ว ยังสามารถกลับไปแก้ไขได้อีกด้วย แต่ถ้าเป็นที่พอใจแล้วให้คัดลอกรหัส HTML ไปวางในองค์ประกอบของหน้าที่เราต้องการได้เลยครับ



เทคนิคพิเศษเพิ่มเติม

เราสังเกตว่า รหัส HTML ที่ได้มานั้นเมื่อนำมาแปะที่บล็อกแล้วจะดูรกหูรกตาไปนิด แบบนี้ครับ



  



เราสามารถทำให้แถบเมนูด้านล่างหายไปโดยการลบ รหัส HTML บางส่วนทิ้งไปโดย


มองหา code ที่ชื่อว่า <p style="white-space:nowrap"> 

ให้ลบ code ถัดจากนั้นทั้งหมดจนถึง code ที่ชื่อว่า  </p></p> เท่านี้เมนูด้านล่างที่ดูรกตาก็จะหายไปแล้วครับ เมื่อลบแล้วผลเป็นดังนี้ค่ะ

Appserv

Appserv

  • AppServ คือโปรแกรมที่รวบรวมเอา Open Source Software หลายๆ อย่างมารวมกันโดยมี Package หลักดังนี้
- Apache
- PHP
- MySQL
- phpMyAdmin

โปรแกรมต่างๆ ที่นำมารวบรวมไว้ทั้งหมดนี้ ได้ทำการดาวน์โหลดจาก Official Release ทั้งสิ้น โดยตัว AppServ จึงให้ความสำคัญว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องให้เหมือนกับต้นฉบับ เราจึงไม่ได้ตัดทอนหรือเพิ่มเติมอะไรที่แปลกไปกว่า Official Release แต่อย่างได้ เพียงแต่มีบางส่วนเท่านั้นที่เราได้เพิ่มประสิทธิภาพการติดตั้งให้สอดคล้อง กับการทำงานแต่ละคน โดยที่การเพิ่มประสิทธิภาพนี้ไม่ได้ไปยุ่ง ในส่วนของ Original Package เลยแม้แต่น้อยเพียงแต่เป็นการกำหนดค่า Config เท่านั้น เช่น Apache ก็จะเป็นในส่วนของ httpd.conf, PHP ก็จะเป็นในส่วนของ php.ini, MySQL ก็จะเป็นในส่วนของ my.ini ดังนั้นเราจึงรับประกันได้ว่าโปรแกรม AppServ สามารถทำงานและความเสถียรของระบบ ได้เหมือนกับ Official Release ทั้งหมด
จุดประสงค์หลักของการรวมรวบ Open Source Software เหล่านี้เพื่อทำให้การติดตั้งโปรแกรมต่างๆ ที่ได้กล่าวมาให้ง่ายขึ้น เพื่อลดขั้นตอนการติดตั้งที่แสนจะยุ่งยากและใช้เวลานาน โดยผู้ใช้งานเพียงดับเบิ้ลคลิก setup ภายในเวลา 1 นาที ทุกอย่างก็ติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ระบบต่างๆ ก็พร้อมที่จะทำงานได้ทันทีทั้ง Web Server, Database Server เหตุผลนี้จึงเป็นเหตุผลหลักที่หลายๆ คนทั่วโลก ได้เลือกใช้โปรแกรม AppServ แทนการที่จะต้องมาติดตั้งโปรแกรมต่างๆ ที่ละส่วน



        

โปรแกรม appserv นี้สามารถดาวน์โหลดได้ที่  http://www.appservnetwork.com


ขั้นตอนการติดตั้ง AppServ

       1. ดับเบิ้ลคลิกไฟล์ appserv-win32-x.x.x.exe เพื่อทำการติดตั้ง จะปรากฏหน้าจอตามรูปที่ 1

          
 
                                             รูปที่ 1 ขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรม AppServ

       2. เข้าสู่ขั้นตอนเงื่อนไขการใช้งานโปรแกรม โดยโปรแกรม AppServ ได้แจกจ่ายในรูปแบบ GNU License หากผู้ติดตั้ง
           อ่านเงื่อนไขต่างๆ เสร็จสิ้นแล้ว หากยอมรับเงื่อนไขให้กด Next เพื่อเข้าสู่การติดตั้งในขั้นต่อไป แต่หากว่าไม่ยอมรับเงื่อนไข
           ให้กด Cancel เพื่อออกจากการติดตั้งโปรแกรม AppServ ดังรูปตัวอย่างที่ 2
          

                                         
  รูปที่ 2 แสดงรายละเอียดเงื่อนไขการ GNU License

       3. เข้าสู่ขั้นตอนการเลือกปลายทางที่ต้องการติดตั้ง โดยค่าเริ่มต้นปลายทางที่ติดตั้งจะเป็น C:AppServ
           หากต้องการเปลี่ยนปลายทางที่ติดตั้ง ให้กด Browse แล้วเลือกปลายทางที่ต้องการ ตามรูปที่ 3 เมื่อเลือกปลายทางเสร็จสิ้น
           ให้กดปุ่ม Next เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งขั้นต่อไป
          

                                           
  รูปที่ 3 เลือกปลายทางการติดตั้งโปรแกรม AppServ

       4. เลือก Package Components ที่ต้องการติดตั้ง โดยค่าเริ่มต้นนั้นจะให้เลือกลงทุก Package แต่หากว่าผู้ใช้งาน
           ต้องการเลือกลงเฉพาะบาง Package ก็สามารถเลือกตามข้อที่ต้องการออก โดยรายละเอียดแต่ละ Package มีดังนี้
                 - Apache HTTP Server คือ โปรแกรมที่ทำหน้าเป็น Web Server
                 - MySQL Database คือ โปรแกรมที่ทำหน้าเป็น Database Server
                 - PHP Hypertext Preprocessor คือ โปรแกรมที่ทำหน้าประมวลผลการทำงานของภาษา PHP
                 - phpMyAdmin คือ โปรแกรมที่ใช้ในการบริหารจัดการฐานข้อมูล MySQL ผ่านเว็บไซต์
           เมื่อทำการเลือก Package ตามรูปที่ 4 เรียบร้อยแล้ว ให้กด Next เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งต่อไป
          

                                      
  รูปที่ 4 เลือก Package Components ที่ต้องการติดตั้ง

       5. กำหนดค่าคอนฟิกของ Apache Web Server มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 ส่วน ตามรูปที่ 5 คือ
                 Server Name   คือช่องสำหรับป้อนข้อมูลชื่อ Web Server ของท่านเช่น www.appservnetwork.com
                 Admin Email    คือช่องสำหรับป้อนข้อมูล อีเมล์ผู้ดูแลระบบ เช่น root@appservnetwork.com
                 HTTP Port       คือช่องสำหรับระบุ Port ที่จะเรียกใช้งาน Apache Web Server โดยทั่วไปแล้ว Protocol
                                      HTTP นั้นจะมีค่าหลักคือ 80 หากว่าท่านต้องการหลีกเลี่ยงการใช้ Port 80 ก็สามารถแก้ไขได้
                                      หากมีการเปลี่ยนแปลง Port การเข้าใช้งาน Web Server แล้ว ทุกครั้งที่เรียกใช้งานเว็บไซต์
                                      จำเป็นที่ต้องระบุหมายเลข Port ด้วย เช่น หากเลือกใช้ Port 99 ในการเข้าเว็บไซต์ทุกครั้งต้องใช้
                                      http://www.appservnetwork.com:99 จึงจะสามารถเข้าใช้งานได้
          

              
                          รูปที่ 5 แสดงการกำหนดค่าคอนฟิกค่า Apache Web Server

       6. กำหนดค่าคอนฟิกของ MySQL Database มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 ส่วน ตามรูปที่ 6 คือ
                 Root Password        คือช่องสำหรับป้อน รหัสผ่านการเข้าใช้งานฐานข้อมูลของ Root หรือผู้ดูแลระบบ
                                             ทุกครั้งที่เข้าใช้งานฐานข้อมูลในลักษณะที่เป็นผู้ดูแลระบบ ให้ระบุ user คือ root
                 Character Sets        ใช้ในการกำหนดค่าระบบภาษาที่ใช้ในการจัดเก็บฐานข้อมูล, เรียงลำดับฐานข้อมูล,
                                             Import ฐานข้อมูล, Export ฐานข้อมูล, ติดต่อฐานข้อมูล
                 Old Password          หากท่านมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน PHP กับ MySQL API เวอร์ชั่นเก่า
                                             โดยเจอ Error Client does not support authentication protocol requested by server;
                                                             consider upgrading MySQL client
                                             ให้เลือกในส่วนของ Old Password เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้
                 Enable InnoDB        หากท่านต้องการใช้งานฐานข้อมูลในรูปแบบ InnoDB ให้เลือกในส่วนนี้ด้วย
          

                                        รูปที่ 6 แสดงการกำหนดค่าคอนฟิกของ MySQL Database

       7. สิ้นสุดขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรม AppServ สำหรับขั้นตอนสุดท้ายนี้จะมีให้เลือกว่าต้องการสั่งให้มีการรัน Apache และ MySQL
           ทันทีหรือไม่ จากนั้นกดปุ่ม Finish เพื่อเสร็จสิ้นการติดตั้งโปรแกรม AppServ

          

                                       รูปที่ 7 แสดงหน้าจอขั้นตอนสิ้นสุดการติดตั้งโปรแกรม AppServ